แผน 9 ขั้นปั้นคุณเป็นเศรษฐี ระดับที่ 1 วิธีออกจากชีวิตติดลบ

June 26th, 2020

คุณกำลังรู้สึกว่าตัวเองกำลังตกอยู่ในสถานภาพทางการเงินที่ย่ำแย่แม้ว่าจะสู้สุดตัวจนแทบหมดกำลังแล้วก็ตามหรือไม่?...

คุณพยายามแล้วทุกทางจริง ๆ ไม่ว่าจะเป็นการอ่านหนังสือหรือเข้าการอบรมปลดล็อกทางการเงิน พยายามรับจ็อบหารายได้ หรือแม้กระทั่งการนำเงินเก็บจากโบนัส หรือกู้เงินมาลงทุนทำธุรกิจเล็ก ๆ ที่คนคนอื่นเขาว่าทำง่ายและรวยเร็วเพื่อหวังรวยตาม แต่สถานการณ์กลับยิ่งแย่ ขายได้เท่าไรก็ไม่รวยขึ้น มีหนี้เพิ่มขึ้น เงินไม่พอใช้และต้องหยิบยืมหรือกู้เงินมาหมุนพอกไปเรื่อย ๆ

สิ่งที่เกิดขึ้นไม่ใช่โชคชะตา แต่มีเหตุปัจจัย และเหตุปัจจัยหลัก ๆ มาจากคุณเป็นผู้กำหนด! คุณมีแนวโน้มว่าจะเป็นผู้ใช้ชีวิตใน Infrared หรือ ระดับใต้แสงสีแดง อันเป็นการนิยามความมั่งคั่งตามศาสคร์ของ Wealth Spectrum และต่อไปนี้คือทางออกของคุณครับ

[VDO Insert]

ภาพรวมของ Wealth Spectrum ระดับ Infrared

Wealth Spectrum ระดับที่ 1 Infrared หรือ ระดับใต้แสงสีแดง วิธีออกจากชีวิตติดลบหรือกลุ่มคนที่อยู่ในสถานะเหยื่อ ไม่จำเป็นต้องเป็นคนมีรายได้น้อย หรือคนไร้อาชีพ เจ้าของกิจการที่ดูดี บ้านหลังใหญ่ รถคันงาม แต่เพียงกระแสเงินสดติดลบทุกเดือน เงินไม่พอใช้ ชักหน้าไม่ถึงหลัง ก็นับว่าเป็นกลุ่ม Infrared ทั้งสิ้น ไปดูกันว่า กลุ่มนี้มาถึงจุดนี้ได้อย่างไร และจะก้าวผ่านไปได้อย่างไร

ตัวชี้วัดของผู้อยู่ในระดับสีนี้

กระแสเงินสดติดลบทุกเดือน

ไม่ว่าคุณจะตกงาน มีรายได้น้อย หรือต่อให้มีกิจการมูลค่าเป็นร้อยล้านบาทและมีภาพลักษณ์ภายนอกที่ดูประสบความสำเร็จ ถ้ากระแสเงินสดของคุณติดลบทุกเดือนคุณก็อยู่ในระดับใต้สีแดง และสิ่งสำคัญอันดับแรกที่จะทำให้คุณพ้นจากสภาพนี้คือการมีกระแสเงินสดที่มีเสถียรภาพมั่นคง อุปมาอุปมัยกับนักกีฬาบาดเจ็บและมีเลือดไหล ตราบได้ที่ไม่ห้ามเลือดและรักษาแผล เขาจะไม่มีทางกลับมาลงสนามในสภาพที่สมบูรณ์แข็งแรงได้

สถานะ หรือสภาวะของผู้อยู่ในระดับสีนี้

ไม่สามารถเชื่อมต่อกับกระแสเงินที่ไหลเวียนในระบบเศรษฐกิจ

แม้ระบบศรษฐกิจทั่วโลกจะมีเงินหมุนเวียนเปลี่ยนมือ หลายล้าน ๆ บาท ต่อวัน และเหตุผลสำคัญที่คุณจะไม่ได้เป็นส่วนหนึ่งของเงินเหล่านั้นเพราะคุณไม่ได้เชื่อมต่อกับแหล่งเงินนั้น คุณอาจคิดว่าเพราะงานที่คุณทำอยู่มีขีดจำกัดเรื่องรายได้ หรือเพราะคุณไม่มีต้นทุนชีวิตมากพอที่จะไปสร้างธุรกิจขนาดใหญ่ หรือลงทุนคราวละมาก ๆ เหมือนเศรษฐีหุ้น ฯลฯ แต่สิ่งเหล่านั้นเป็นเพียงผลลัพธ์ในปัจจุบันที่คุณเป็นอันเกิดจากสิ่งที่คุณทำไว้ในอดีต

คุณมาอยู่ในระดับนี้ได้อย่างไร

พยายามทำทุกอย่างด้วยตัวคนเดียว

หากกลยุทธ์ของคุณคือความพยายามทำงาน หรือหาทางออก หรือแก้ไขปัญหาทุกอย่างด้วยตัวคนเดียว แปลว่าคุณได้เลือก 1 ใน 3 ขั้นตอนที่จะทำให้คุณยังอยู่ในระดับนี้ต่อไป เพราะการปิดกั้น เก็บตัว และมุ่งจะเอาชนะสภาพวะต่าง ๆ ด้วยตัวคนเดียวมีแต่จะทำให้คุณตัดขาด หรือ Disconnect จากทรัพยากรสำคัญ ๆ ต่าง ๆ ในการพัฒนาตัวเอง ไม่ว่าจะเป็น ประสบการณ์ของผู้อื่น แหล่งความรู้ ผู้ช่วยสนับสนุน ไปจนถึงแหล่งเงินทุน อันเปรียบเสมือนทางลัดในการอัพเกรดตัวเอง

จ้องกล่าวโทษผู้อื่นทุกกรณี

บุคคลในระดับใต้สีแดงมีโอกาสคิดลบและเพ่งโทษปัจจัยภายนอกค่อนข้างสูง ได้แก่ คิดว่า ตนเองเกิดมาซวยกว่าคนอื่น; คนอื่นมีแต่ได้ดีกว่าตน; คนอื่นทำให้ตนต้องลำบาก, คนอื่นจ้องเอาเปรียบตน ฯลฯ เป็นต้น

การคิดแบบนี้เป็นทัศนคติของผู้ขาดสำนึกรับความรับผิดชอบต่อชีวิตตนเอง และเป็นการทำให้คุณยิ่งห่างเหินและตัดขาด (Disconnect) จากทรัพยากรที่สำคัญต่อการพัฒนาตัวเอง เพราะไม่มีคนประสบความสำเร็จใดที่มักคิดลบ และพวกเขาก็มักไม่อยู่ในที่ที่คนคิดลบอยู่ ดังนั้นหากคุณต้องการเข้าไปอยู่ใน Flow ของคนสำเร็จที่มีทัศคติดี คุณต้องปรับความคิด คำพูด และการกระทำของคุณก่อน

พาลหาเรื่อง

พฤติกรรมที่จะทำให้คุณอยู่ระดับ Infrared ต่อไปอีกนานคือ การเสียเวลาอันมีค่าไปกับการเอาชนะสิ่งที่ไม่ควรเอาชนะ เช่น การต่อล้อต่อเถียงเพื่อความสะใจแต่ไม่ได้ให้ผลลัพธ์แก่ชีวิตในด้านบวก การพยายามหาเหตุผลว่าความล้มเหลวของคุณไม่ใช่ความผิดของคุณ เป็นต้น

การมุ่งใช้พลังงานแง่ลบไปกับการพาลหาเรื่องแบบนี้โดยที่เป้าหมายอาจจะเป็นตัวบุคคล หรือบริษัท หรือแม้กระทั่งรัฐบาล ต่อให้เถียงชนะก็ไม่เคยทำให้ผู้ชนะหลุดพ้นจากระดับสีแดงไปได้ หากคุณมีความรู้สึกที่แรงกล้ากับสิ่งหนึ่งสิ่งใด จงทำตนเองให้มีอำนาจแล้วเปลี่ยนสิ่งนั้นจากภายใน การเอาชนะสิ่งที่คุณกล่าวโทษเป็นสิ่งล่อลวงที่รั้งคุณไว้ในระดับใต้สีแดง อันเป็นพื้นที่ซึ่งคุณถูกทิ้งให้จมอยู่กับสิ่งไม่ดีหรือความคับข้องใจที่คุณได้ชักนำเข้าตัวคุณเอง

เมื่อคุณเปลี่ยนระดับ คุณจะมองกลับมาแล้วพบว่ากลยุทธ์เหล่านี้มันช่างไร้ราคาและเสียเวลา อันที่จริงคุณจะพบกับความเปลี่ยนแปลงทันทีที่กระแสเงินสดของคุณเป็นบวก แต่ก่อนจะถึงวันนั้นคุณต้อง ลด-ละ-เลิก 3 พฤติกรรมดังกล่าวเสียก่อน

คุณจะเลื่อนไปสู่ระดับที่สูงขึ้นได้อย่างไร

คุณสามารถเลื่อนจากระดับ Infrared ไปยังระดับใดก็ได้ในสเปคตรัมแห่งความมั่งคั่งขึ้นอยู่กับระดับความเชี่ยวชาญของคุณเอง ตัวอย่างเช่น นักลงทุนซึ่งเป็นเศรษฐีที่กำลังล้มลุกคลุกคลานเพราะเอาเงินสดทั้งหมดไปลงทุน อาจจะปรับเปลี่ยนโครงสร้างของสินทรัพย์ใหม่เพื่อสร้างเงินสดและกระแสเงินสด เมื่อทำเช่นนี้พวกเขาจะก้าวกระโดดจากระดับใต้สีแดงไปสู่ระดับสีฟ้าทันที คนอื่นๆ อาจจะเลื่อนจากระดับใต้สีแดงไปเป็นระดับสีแดงหรือระดับสีส้ม แต่ไม่ว่าจะเป็นแบบไหนทุกคนก็ต้องทำตามขั้นตอนดังต่อไปนี้

ตรวจสอบการเงินของคุณ

ไม่ว่าคุณจะต้องการลดน้ำหนัก ต้องการคว้าเหรียญทองในโอลิมปิก หรือส่งจรวดขึ้นไปยังดวงจันทร์ ทุกสิ่งต้องเริ่มที่การตรวจสอบว่าตัวเองอยู่ตรงไหนและต้องการจะไปที่ไหน ตรงระดับใต้สีแดงก้าวแรกคือการตรวจสอบการเงินของคุณ คุณรับมาเท่าไร คุณจ่ายออกเท่าไร กระแสของความลื่นไหล (Flow) ของตัวเองเป็นอย่างไร

ขั้นตอนนี้ไม่ได้ครอบคลุมแค่ว่าเงินของคุณนั้นมีกระแสของความลื่นไหล (Flow) อย่างไร แต่ยังรวมไปถึงกระแสของความลื่นไหล ในเวลาและความสนใจของคุณอีกด้วย หากคุณได้เคยพยายามที่จะตรวจสอบการเงินของตัวเองมาก่อนหน้านี้และได้เลิกล้มไป นั่นก็เป็นเพราะว่าคุณพยายามจะทำมันเองด้วยตัวคนเดียวหรือคุณไม่ได้ทำตามวิธีการที่สอดคล้องกับลักษณะของพลวัตแห่งความมั่งคั่งของคุณ (Wealth Profile)

หากคุณรู้สึกเหมือนกำลังทำงานหนัก คุณก็จะไม่ทำมันอีก ดังนั้น ณ จุดนี้อย่าเพิ่งกังวลว่า ?ใครจะเป็นคนทำ? และ ?ทำอย่างไร? (เดี๋ยวเราค่อยมากังวลกับเรื่องพวกนี้ทีหลัง) ตอนนี้ให้มุ่งเน้นไปที่คำถามว่า ?ทำไม? เท่านั้น เราจะเห็นคุณค่าของสิ่งที่เราได้ประเมินค่า ดังนั้นด้วยการตรวจสอบสภาพของกระแสของความลื่นไหลของคุณ คุณก็จะสามารถหาจุดที่รั่วไหลจนเจอแล้วย้อนรอยกลับไปหากระแสของความลื่นไหลที่เป็นบวกของตนเองได้

สัญญาว่าจะทำแล้วต้องทำ

หลักเกณฑ์ซึ่งคุณใช้ดำรงชีวิตในแต่ละวันต้องเปลี่ยนไปหากคุณต้องการเปลี่ยนแปลงนิสัยของตนเอง กุญแจหลักคือความมุ่งมั่นตั้งใจให้เกิดความน่าเชื่อถือและมีความสม่ำเสมอ ไม่ว่านักแข่งรถจะขับรถได้เร็วแค่ไหน การออกไปนั่งพักนอกสนาม 1 รอบ ย่อมหมายถึงความพ่ายแพ้ และไม่ว่านักปีนเขาจะเก่งกาจแค่ไหน การตกลงมาเพียงครั้งเดียวก็เป็นจุดจบของการปีนเขาแล้ว

การกระทำของคุณเป็นสิ่งประเมินอุปนิสัยของคุณ การเปลี่ยนแปลงนิสัยที่สำคัญที่สุด คือการมีวินัยและความขยันในการประเมินสถานการณ์ คุณต้องตั้งเป้าหมาย รับฟังคำแนะนำและรายงานความก้าวหน้าของตนเองจนกว่าการมีกระแสเงินสดที่เป็นบวกจะกลายเป็นนิสัยประจำตัวอย่างหนึ่งของคุณ เปรียบเหมือนกับการเตรียมอุปกรณ์ปีนเขาแล้วก็เริ่มต้นด้วยเนินเขาที่ปีนง่าย ๆ ก่อนที่จะประกาศว่าคุณหมายจะพิชิตยอดเขาเอเวอร์เรสต์

มีวินัยในการทำหน้าที่ของตน

ณ ตอนนี้ยังไม่ใช่เวลาวิ่งตามความฝันของคุณ รวมทั้งยังไม่ถึงเวลากู้โลกด้วย ก็เหมือนที่วิดีโอแนะนำความปลอดภัยบนเครื่องบินฉายให้เราดูซ้ำ ๆ นั่นแหละ เมื่อเกิดเหตุฉุกเฉิน คุณต้องสวมหน้ากากออกซิเจนให้ตัวเองก่อนแล้วค่อยไปช่วยคนอื่น การวิ่งตามความฝัน หรือไปช่วยเหลือคนอื่นในตอนนี้นั้นเป็นเพียงสิ่งล่อลวงที่ทำให้คุณทำตามวินัยของตนเองได้ช้าลง อันที่จริงคุณยังมีเวลาอีกมากมายในการช่วยคนอื่นภายหลังเมื่อออกซิเจนได้ไหลออกมาแล้ว สิ่งที่จะพาคุณออกไปจากระดับใต้สีแดงก็คือการทำตามหน้าที่ในการตรวจสอบสิ่งต่าง ๆ ในชีวิตประจำวันให้ตรงกับวินัยของตัวเองนั่นเอง

หากคุณไม่ได้ทำตามหน้าที่อย่างมีวินัยซึ่งหน้าที่นั้นมีความสำคัญมากกว่าตัวคุณเอง คุณก็จะยังคงพบเจอกับการลื่นไถลลงมาเรื่อย ๆ ต่อไป การบกพร่องต่อหน้าที่นั้นอาจจะหมายถึงการที่ลูกของคุณ พ่อแม่ หรือคนที่พึ่งพาคุณอยู่ได้สูญเสียสิ่งสำคัญบางสิ่งไปเพราะการที่คุณไม่ทำอะไรเลย หากคุณไม่บังคับให้ตัวเองเป็นผู้รับผิดชอบโดยเริ่มจากการเปลี่ยนแปลงตนเอง อะไร ๆ ก็จะไม่เปลี่ยนไป

กรณีศึกษาจากหนังสือ แผน 9 ขั้นปั้นคุณเป็นเศรษฐี

 photo EcoDia-01_zpszl4c8tyy.png

Credit Image: www.couriermail.com.au

ครั้งหนึ่ง เจ้าของหลักสูตร Wealth Spectrum (ผู้เขียนหนังสือ The Millionaire Master Plan) ให้คำปรึกษาแก่ ลาชลัน และ ลิซา ไลอิง ในปี 2011 สามีและภรรยาคู่นี้ยังอยู่ห่างไกลจากคำว่า กระแสแห่งความลื่นไหล (flow) มาก ทั้งคู่ก่อตั้งธุรกิจขายเครื่องทำความร้อนพลังงานแสงอาทิตย์ในออสเตรเลีย และกำลังลำบากเพราะพวกเขาลงเงินทั้งหมดที่มีไปในธุรกิจนี้ ท้ายที่สุด ลาชลัน และ ลิซา ก็ตกอยู่ในระดับ Infrared

ความเครียดส่งผลกระทบต่อความสัมพันธ์ของพวกเขาจนเคยตั้งคำถามว่าควรจะหยุดทำงานร่วมกันดีไหม หรือถามแม้กระทั่งว่าพวกเขายังมีแรงจูงใจในการทำธุรกิจต่อไปหรือไม่ ในกรณีของสองคนนี้ ลาชลัน มีความเป็นอัจฉริยะแห่งการคำนวณ (Steel) ส่วน ลิซ่า มีความเป็นอัจฉริยะแห่งการสร้างสรรค์ (Dynamo) และทั้งคู่ก็เพิ่งมีลูกด้วยกัน ด้วยความระมัดระวังของผู้มีความเป็นอัจฉริยะแห่งการคำนวณอย่างลาชลัน เขาจึงใช้แนวทางจาก คณิตศาสตร์และการวัดผล ในขณะที่ผู้มีความเป็นอัจฉริยะแห่งการสร้างสรรค์ (Dynamo) อย่างลิซ่าใช้แนวทางจาก ความคิดสร้างสรรค์และจินตนาการ

ซึ่งแน่นอนว่า ลาชลัน ไม่ยอมใช้ความคิดสร้างสรรค์เพื่อเดินต่อไปยังเป้าหมายในอนาคตแบบ ลิซ่า เขามองอุตสาหกรรมและธุรกิจของเขาในแง่ร้ายและยิ่งไปกว่านั้นยังหัวดื้อและไม่ยอมเปลี่ยนแปลงเสียด้วย ลาชลันอาจจะพูดว่า ?พวกเราควรจะทำธุรกิจนี้ต่อให้ประสบความสำเร็จให้ได้? และลิซ่าอาจจะตอบเขาว่า ?โอเค.. ว่าแต่ทำไมเราไม่ทำโน่นหรือทำนี่ล่ะ?? และลาชลันอาจจะตอบกลับมาว่า ?หยุดเดาไปเรื่อยเสียที?

พวกเขามาถึงจุดที่รับรู้ว่าพวกเขาต้องเปลี่ยนแปลโดยเริ่มต้นด้วยกันเขียนภาพแห่งอนาคต (Future Vision) ด้วยกัน และนั่นทำให้ทั้งสองเห็นได้ชัดเจนว่าพวกเขาอยากจะทำงานร่วมกันต่อไป ถ้าหากสามารถหาทางออกให้ธุรกิจสามารถเดินหน้าต่อไปได้ พวกเขาทั้งคู่ฝันที่จะสร้างธุรกิจใหม่ของตัวเองเพื่อสร้างความแตกต่างบนโลกใบนี้ แต่แค่ยังไม่รู้ว่าควรจะทำอะไร ลาชลันปฏิบัติตาม 3 ขั้นตอนต่อไปนี้ เพื่อนำพาลิซ่าก้าวออกมาจากระดับใต้สีแดง

  • ตรวจสอบการเงิน
  • สัญญาว่าจะทำแล้วต้องทำ
  • มีวินัยในการทำหน้าที่ของตนเอง

ผลลัพธ์แบ่งเป็น 2 Phase โดยช่วงแรกโฟกัสที่การแก้ปัญหาและสร้างกระแสเงินสดให้ธุรกิจปัจจุบันเป็นหลัก และวางแผนธุรกิจใหม่เป็นรอง โดยแบ่งงานกันทำ ลาชลัน ผู้สันทัดด้านตัวเลขมีหน้าที่บริหารการเงินรวมไปถึงการเจรจาส่วนลดและเครดิตเทอมกับซัพพลายเออร์เพื่อยืดกำหนดเวลาในการชำระค่าใช้จ่าย ในขณะที่ ลิซา ผู้เชี่ยวชาญด้านไอเดียดูแลการตลาดและจัดโปรโมชั่นให้เกิดยอดขายถล่มทลายและมีกระแสเงินสดหมุนเวียนมากขึ้น ในขณะที่กำหนดชำระเจ้าหนี้นานขึ้นอันมาจากการเจรจาในฝั่งของ ลาชลัน

เมื่อผ่านพ้นช่วงแรกไปแล้วจึงเข้าสู่ Phase ที่ 2 คือการทำตามความฝันใหม่ ๆ แม้ ลิซา จะมีไอเดียธุรกิจยาวเป็นหางว่าว แต่พวกเขาตกลงกันได้และเลือกทำธุรกิจจำหน่าย ผ้าอ้อมรักษ์โลก (eco-diapers) โดยเป้าหมายของธุรกิจเพื่อตอบสนองความต้องการของครอบครัวที่อยากจะอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม พวกเขามี Why ในการทำธุรกิจที่ใหญ่กว่าตัวเองเป็นพลังผลักดันให้เดินหน้า มีผู้คนหลายพันคนสนใจและสั่งจองสินค้าก่อนจะเปิดตัว ภายในนช่วงระยะเพียงแค่ปีกว่า หลังจากได้รับคำปรึกษาเรื่อง Wealth Spectrum พวกเขาทั้งสองสามารถส่งสินค้าบรรจุเต็มตู้คอนเทนเนอร์ตู้แรกเพื่อออกขายไปทั่วออสเตรเลีย


รายละเอียดแบบเจาะลึกสามารถอ่านได้จากหนังสือ The Millionaire Master
เวอร์ชั่นแปลไทยชื่อ แผน 9 ขั้นปั้นคุณเป็นเศรษฐี ที่นี่

 photo Cover Book The MMP_zpsig9lfgjw.png

 


 

สรุป Wealth Spectrum ระดับ Infrared

ปริซึม : พื้นฐาน
ระดับ : ใต้สีแดง?
อันดับ : 1 จาก 9?
ตัวชี้วัด : กระแสเงินสดติดลบทุกเดือน
สถานะ : ไม่สามารถเชื่อมต่อกับกระแสของเงินที่ไหลเวียนในระบบเศรษฐกิจได้
บุคลิกลักษณะ : ดิ้นรน; โทษคนอื่น; ปฏิเสธความจริง
สิ่งที่ทำให้เลื่อนขั้น : ความมีวินัยและบทบาทหน้าที่ที่ชัดเจน?
ฉันมาอยู่ในระดับนี้ได้อย่างไร : ความประมาท; การไม่มีความรู้และประสบการณ์
ฉันจะรักษาระดับนี้อย่างไร : พยายามทำทุกอย่างด้วยตัวคนเดียว; กล่าวโทษคนอื่น; พาลหาเรื่อง
ฉันจะเลื่อนระดับได้อย่างไร : ตรวจสอบการเงินของคุณ; สัญญาว่าจะทำแล้วต้องทำ; มีวินัยในการทำหน้าที่
ประโยชน์ของฉัน : ความทุกข์ทรมาน; การคิดว่าตัวเองถูกต้องเสมอ; เป็นฝ่ายถูก?
ต้นทุนของฉัน : ความเครียด; ความกังวล; ความรู้สึกช่วยเหลือตัวเองไม่ได้
บทบาทของระดับใต้สีแดง : เป็นผู้บริโภค; อาศัยการกู้หนี้ยืมสินเพื่อดำรงชีวิต
รางวัลของระดับใต้สีแดง : ใช้จ่ายด้วยเงินที่ยืมมาและในอนาคตต้องหามาใช้คืนให้เจ้าหนี้

 

เชิญทำแบบทดสอบฟรี เพื่อค้นพบว่าคุณอยู่ระดับไหนและจะไปต่ออย่างไร?ที่นี่?

หรือลงทะเบียนเรียนคอร์สออนไลน์ Wealth Dynamics ที่นี่?

 


เรียนรู้ Wealth Spectrum ในระดับต่าง ๆ

Coming soon


Leave a comment!

All fields marked with an asterisk* are required.